ANTI-MAGE  แนะนำตัวละคร  DOTA2  ผู้เกลียดเวทมนตร์!

ANTI-MAGE

ANTI-MAGE ตัวละครที่เกลียดเวทมนตร์ สวัสดีเพื่อน  ๆ  ชาว  Shearbygamer.  ทุกคนด้วยครับ  คราวนนี้ถึงทีของฮีโร่สายแบกแต่แลกมากับทุกสิ่ง  นั่นก็คือ  Anti-mage  ฮีโร่แคร์รีที่เกิดแล้วแบกได้แต่ต้องแลกด้วยทุกสิ่งของทีมนั่นเอง  ไม่ว่าจะเป็น  ทรัพยากรที่สำคัญ  การเน้นเกมป้องกันที่ยืดเยื้อกินเวลาชีวิตของผู้เล่นในทีมตนเอง  และ  ทีมตรงข้ามด้วย

เป็นฮีโร่ที่ต้องมีความเข้าใจเกมสูง  สามารถหาตำแหน่งฟาร์มด้วยตัวเองได้  มีความคล่องตัวสูง  ที่สำคัญเป็นฮีโร่ที่ต้องใช้  Gold  มหาศาลเพื่อปิดเกม  หากหยิบฮีโร่ตัวนี้มาเล่นได้อย่างชำนาญแล้วจะเป็นฮีโร่ที่สามารถเพิ่มโอกาศพาทีมคว้าชัยชนะได้อย่างแน่นอน  เรามาเริ่มทำความรู้จักร  Anti-Mageผู้ที่เกลียดศาสตร์แห่งเวทมนตร์เข้าเส้นกันเลย

Status  และ  Skill

Anti-Mageเป็นฮีโร่สาย  AGI  ประเภท  Melee  นิยมเล่นในตำแหน่ง  POS1  หรือตำแหน่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับที่1  เรียกกันง่าย  ๆ  แบบที่เราคุ้นเคยก็คือตำแหน่ง  แคร์รี่  นั่นเอง  มีความสามารถในการปั่นป่วนศัตรูในรูปแบบต่าง  ๆ  ไม่ว่าจะเป็นการแยกดัน  Creep  ที่ส่งผลให้ไม่สามารถดันกระแสของ  Creep  เพื่อเก็บป้อมได้  การที่ไล่ตามจับตัวลำบาก  Anti-Mageนั่นมีความสามารถในการเอาตัวรอดสูง  จึงเป็นเรื่องยากในการฆ่าหากไม่ได้เตรียมตัวมาดีพอ  อาจจะโดน  Anti-Mageสวนกลับเอาเองก็เป็นได้  ในส่วนของการต่อสู้ก็ถือได้ว่ามีความสามารถในการล้วงหลังแล้วฆ่าฮีโร่ฝั่งตรงข้ามที่เป็น  Support  หรือ  ฮีโร่บาง  ๆ  ได้อย่างว่องไว  แถมมีสกิลติดตัวที่สามารถ  เผาผลาญ Mana  ซึ่งทำให้ฮีโร่ที่มีข้อดีอยู่ที่สกิล  อาจจะไม่สามารถต่อกรได้เลย

Status  เริ่มต้นจะมีค่า  STR  21+1.6  ต่อเลเวล  /  AGI  24+2.8  ต่อเลเวล  /  INT  12+1.8  ต่อเลเวล

สกิลที่1. “Mana Break” 

เป็นสกิลติดตัว  การโจมตีปกติจะทำให้เผาผลาญ  Mana  ของศัตรู  และสร้างความเสียหายเป้าหมายโดยคิดจากเปอร์เซ็นต์  Mana  ที่ถูกเผาผลาญไปด้วย  หากถูกเผา  Mana  จนหมดจะส่งผลให้เคลื่อนที่ได้ช้าลง  เป็นสกิลที่ทำให้  Anti-Mageมีความน่ารำคาญมากสำหรับฮีโร่ที่ต้องใช้  Mana  ในการเล่น  เรียกได้ว่าหากไม่มีใครมาช่วย  ได้โดนไล่ตีจนตายแน่นอน

เผาผลาญ Mana  ต่อครั้ง  28  /  40  /  52  /  64  ต่อเลเวล

Mana  ที่เผาผลาญจาก  Mana  สูงสุด  1.0%  /  1.8%  /  2.6%  /  3.4%  ต่อเลเวล

เคลื่อนที่ช้าลงหาก  Mana  หมด  10%  /  20%  /  30%  /  40%  ต่อเลเวล

ระยะเวลาการเคลื่อนที่ช้าลง  0.8  วิ

สกิลที่2. “Blink” 

เป็นสกิลเลือกจุดหมายเพื่อเคลื่อนย้ายไปในตำแหน่งระยะสั้น  ๆ  

เป็นสกิลที่ทำให้  Anti-Mageมีความพลิ้ว  จับตัวยาก  สามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบไม่ว่าจะใช้ในการ  เข้า  หรือ  ออก  ในการต่อสู้  ใช้ในการย่นระยะในการฟาร์มเพราะ  “Blink”  ไปในจุดที่จะฟาร์มประหยัดเวลากว่า

ระยะทาง  925  /  1000  /  1075  /  1150  ต่อเลเวล

คูลดาวน์  15  /  12  /  9  /  6  ต่อเลเวล

ใช้  Mana  60

สกิลที่3. “Counterspell” 

เป็นสกิลที่เมื่อกดใช้จะสร้างเกราะป้องกันเวทมตร์รอบตัวระยะเวลานึง  ซึ่งจะสะท้อนสกิลประเภทที่ต้องเล็งเป้าหมาย  แถมยังมีผลต้านทานเวทมนตร์เป็นแบบติดตัวมาอีกด้วย

การที่จะใช้สกิลอะไรสักอย่างใส่  Anti-Mageนั้นจะต้องเตรียมการมาอย่างดี  หรือ  ใช้สกิลที่เป็นเลือกพื้นที่ก็ได้

แค่เห็นสกิลนี้ก็รู้สึกยุ่งยากในการจัดการแล้ว

ได้รับต้านทานเวทมตร์  15%  /  25%  /  35%  /  45%  ต่อเลเวล

ระยะเวลาของเกราะป้องกันเวทมนตร์  1.2  วิ

คูลดาวน์  15  /  11  /  7  /  3  วิ

ใช้  Mana  45  /  50  /  55  /  60  

!สามารถอัปเกรดได้ด้วย    “Aghanim’s Shard”  จะมอบออร่าลดความเสียหายสกิลของศัตรู  ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งส่งผลมากขึ้น

ระยะออร่า  900  ลดความเสียหายสกิล  10%  

ระยะออร่า  300  ลดความเสียหายสกิล  30%

สกิลที่4. “Mana Void”

เป็นสกิลเล็งเป้าหมาย  สร้างความเสียหายรอบตัวเป้าหมายตาม  Mana  ที่เป้าหมายเสียไป  ง่าย  ๆ  เลยก็คือยิ่งเป้าหมาย  Mana  เหลือน้อยยิ่งสร้างความเสียหายได้เยอะนั่นเอง

ความเสียหาย  0.8  /  0.9  /  1.1  

ระยะเวลาสตัน  0.3

รัศมีระเบิด  500

คูลดาวน์  70  ใช้  Mana  100  /  200  /  300  ต่อเลเวล

!การอัปเกรดด้วย    Aghanim’s Scepter”  จะทำให้ได้รับสกิลใหม่มา ก็คือ 

“Blink Flagment” 

สกิลมี  3  ชาร์จ  สามารถส่งร่างแยกไปตรงตำแหน่งที่เลือกได้  ร่างเงาจะได้รับผลของสกิล “Counterspell”  เมื่อกดใช้  ระยะเวลาร่างเงาคงอยู่  7  วิ  และได้รับความเสีย  -25%  

บทความที่คุณอาจสนใจ Ancient Apparition แนะนำตัวละคร DOTA2  เรียกย่อ  ๆ  ว่า  AA!

Item  แนะนำ ANTI-MAGE

AntiMageนั้นเป็นฮีโร่ที่เล่นค่อนข้างยาก  ต้องทำความเข้าใจเกมและอ่านกระแสของเกมให้ออกด้วย  เป็นฮีโร่ที่ต้องใช้ฝีมือมากเลยทีเดียว  การออกไอเทมเองจึงต้องรัดกุมมากเป็นพิเศษ  ทีนี้เราจะมาแนะนำไอเทมเริ่มต้นแล้วต่อด้วยไอเทมหลักกัน

ชิ้นที่1. “Quelling Blade” ไอเทมเริ่มต้นที่ช่วยทำให้เล็งจังหวะ  Last hit  ได้ง่ายดาย  เนื่องจากมีสกิลที่เพิ่มความเสียหายกับยูนิตที่ไม่ใช่  ฮีโร่  เพิ่มขึ้น  8  หน่วย  หากถือด้วยฮีโร่ ประเภท  Melee  4  หน่วยหากเป็น  Rage  และมีสกิล  ใช้ตัดต้นไม้ได้  ช่วงแรกนั้นเราต้องเก็บ  Last Hit  ให้ได้มากที่สุดเพราะตัวAnti-Mageเองนั้นไม่มีสกิลที่ช่วยฟาร์มเลยต้องพึ่งไอเทมอย่างเดียว

มีราคา  100  Gold

ชิ้นที่2.Power Treads” ไอเทมที่บวกคุณสมบัติหลาย  ๆ  อย่างให้เรา  สามารถกดใช้เพื่อเปลี่ยนแปลง  Status  ได้  แต่การรีบผสมจนเสร็จนั้นต้องคิดดูดี  ๆ  เพราะอาจจะทำให้การได้ไอเทมหลักช้าลงได้

ค่า  Status  เพิ่มขึ้น  10  ตามรูปแบบที่เราเลือก

เพิ่มความเร็วโจมตี  25

เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่  45  

มีราคา  1400  Gold

ชิ้นที่3.Wraith Band”  เป็นไอเทมที่เพิ่มค่า  Status  ให้กับเราในราคาถูก  หากออกชิ้นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องทำ “Power Treads” จนเสร็จก็ได้มุ่งสู่ไอเทมหลักก่อนได้เลยแล้วค่อยย้อนกลับมาผสมจนเสร็จก็ได้

เพิ่มค่า  Stutus  STR  2  /  AGI  5  /  INT  2  

เพิ่มความเร็วในการโจมตี  5

เพิ่มเกราะ  2

มีราคา  505  Gold

!ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มเป็น  2  เท่า  หากเกมผ่านไป  25  นาที

ชิ้นที่4.Ring of Health”  ส่วนใหญ่แล้วพอเริ่มเกมมาจะกำเงินไว้จนสามารถซื้อไอเทมชิ้นนี้  เพราะเป็นส่วนผสมของไอเทมหลักอย่าง  “Battle Fury” ด้วยนั่นเอง  ตัวไอเทมเองก็มีความสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตทำให้สามารถยืนในเลนได้สบายมากขึ้นด้วย  ไอเทมจะอยู่ที่ร้านค้าลับ  พอเงินครบสามารถเดินไปซื้อมาได้เลย

เพิ่มอัตราฟื้นฟูพลังชีวิต  6.5  

มีราคา  825  Gold  

Item  หลักของ ANTI-MAGE

ในส่วนไอเทมหลักนั้นก็ให้พยายามออก “Battle Fury” ให้ได้ในเวลาประมาณ  15  นาที  +-  1   นาที โดยประมาณให้ได้ก่อนจะทำให้เราสามารถฟาร์มได้ไวขึ้นมาก  แต่ถ้าหากช้ากว่านี้  เพื่อน  ๆ  ในทีมอาจจะลำบากเพราะต้องยื้อเวลาให้เราฟาร์มนั่นเอง

ชิ้นที่1. “Battle Fury”  ไอเทมช่วยฟาร์ม  มีความสามารถในการกระจายความเสียหายตอนโจมตีทำให้ฟาร์มได้เร็ว  

มีพลังโจมตี  60  ฟื้นฟูพลังชีวิต  7.5  ฟื้นฟู  mana  2.75  ใช้ตัดต้นไม้ได้

มีราคา  4100  Gold  

ชิ้นที่2.Manta Style”  ไอเทมที่ทำให้เรามีความสามารถในการดันเลน  และ  ฆ่าศัตรูได้ไวขึ้นเพราะ  มีสกิลจากไอเทมชิ้นนี้ที่ทำให้แยกร่างออกมาได้  ร่างแยกนั้นก็จะมีความสามารถในการเผาผลาญ  Mana  ด้วยนั่นเองทำให้เราสามารถใช้สกิล  “Mana Void” เพื่อปิดฉากได้ไว  และสามารถกดใช้เพื่อล้างสถานะผิดปกติได้ด้วย  ถือว่าเป็นไอเทมหลักที่จำเป็นชิ้นนึงเลย

เพิ่มค่า  Status  STR  10  /  AGI  26  /  INT  10  

เพิ่มความเร็วในการโจมตี  12

เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่  8%

มีราคา  4600  Gold

ชิ้นที่3. “Skull Basher” ไอเทมช่วยต่อสู้ที่ดีเพราะมีสกิลที่เมื่อเราโมตีมีโอกาส  25%  ที่จะ  Stun  ศัตรู  1.5  วิ  และสร้างความเสียหาย  100  หน่วย  การที่เราสามารถ  Stun  ศัตรูได้จากการโจมตีทำให้ศัตรูหมดโอกาสที่จะใช้สกิลแน่นอนเพราะในระหว่างนั้น  Mana  คงหมดตัวไปแล้ว

เพิ่ม  STR  10

เพิ่มพลังโจมตี  25    

มีราคา  2875  Gold

!สามารถอัปเกรดเป็น “Abyssal Blade”  ทำให้ได้สกิลใหม่มานั่นก็คือ  เมื่อกดใช้จะสามารถ  Stun  เป้าหมายได้เป็นเวลา  2  วิ  เลยทีเดียว  มีราคา  6250  Gold

ที่เหลือก็จะเป็นไอเทมตามสถานการณ์ ให้เลือกซื้อไอเทมตามความจำเป็นของเกมนั้น  ๆ  ยกตัวอย่าง

หากศัตรูมีความสามารถในการฟื้นฟูพลังชีวิตสูงการดูดเลือดก็ถือเป็นความสามารถด้านการฟื้นฟูพลังชีวิตเช่นกัน  และ  ศัตรูนั้นสามารถยืนแลกหมัดกับเราไหว  ก็ควรซื้อ “Eye of Skadi”  ที่มีความสามารถในการตัดการฟื้นฟูพลังชีวิตลง  หากศัตรูมีสกิลจำพวกบัพพิเศษเช่น  Ghost  จากไอเทมประเภท    “Ghost Scepter”  หรือจากสกิลอื่น  ๆ  ของฮีโร่บางตัว  บัพที่ทำให้เป็นอมตะช่วงระยะเวลานึงจาก  “Aeon Disk”  และรวมไปถึงสกิลต่าง  ๆ  ของฮีโร่บางตัว  เราสามารถซื้อ  “Nullifier”  ที่มีความสามารถในการขจัดบัพที่เป็นผลดีทั้งหมดออกจากเป้าหมายที่เลือกใช้ทำให้ไม่เสียเวลาในการฆ่าอีกด้วย  และในแพทปัจจุบัน7.31b  ทำให้  Anti-Mage  นั้นสามารถซื้อ  “Diffusal Blade” ที่มีความสามารถในการเผาผลาญ  Mana  จากที่เมื่อก่อนถึงจะซื้อมาแต่จะไม่ได้ความสามารถพิเศษในการเผาผลาญ  Mana  นั่นเอง

ที่มาของข้อมูล Dota 2 – Anti-Mage

แนวทางการเล่น  และ  การรับมือ ANTI-MAGE

Anti-Mageนั้นเป็นฮีโร่ที่ต้องฟาร์มเยอะมากรูปแบบการเล่นจะเน้นไปในการฟาร์มอย่างเดียวเลยประมาณ  25  นาทีของเกมได้  แต่ไม่ใช้ว่าจะฟาร์มอยู่ในป่าตลอดอย่างเดียวนะ  ต้องออกไปทำกระแสของ  Creep  ด้วย  ดันกระแสของ  Creep  กลับไปในเลนที่ศัตรูไม่อยู่  หากศัตรูดันอีกเลน  เราก็ไปอีกเลน  Anti-Mageเป็นตัวที่สามารถแยกดันและเอาตัวรอดได้สบาย  การทำแบบนี้จะเป็นการยื้อเกมออกไปทำให้สามารถฟาร์มหาเงินได้มากขึ้นเพื่อที่จะจบเกมนั้นเอง  ในระหว่างที่  Anti-Mageฟาร์มอยู่นั้นเพื่อน  ๆ  ในทีมควรจะเลี้ยงการ  All Fight  ให้มากที่สุดหรือเลี้ยงไม่ได้ก็ต้องเสียสละให้น้อยที่สุด  เพราะการสู้แบบ  4-5  เสียเปรียบกว่าอยู่แล้ว  หากเห็นว่าศัตรู  All Fight  ทั้งหมดAnti-Mage  เองก็มีหน้าที่ในการดันเลนอื่น  หรือจะตัดกระแส  Creep  ในเลนที่ฝ่ายศัตรูมาก็ได้  โดยการไปจัดการ  Creep  ที่กำลังเดินมานั่นเอง  หากการที่ไม่มี  Creep  มาช่วยในการตีป้อมเลย  ป้อมเองก็จะมีบัพ Backdoor Protection  ที่ลดความเสียหายและฟื้นฟูพลังชีวิตของตัวป้อมเองอีกด้วย  ทำให้ยากต่อการตีให้แตก  แล้วศัตรูก็จะถอยออกไปเอง 

ดันป้อม

หากมีศัตรูหลงมาอยู่คนเดียวด้วยไอเทมที่เรามีสามารถเก็บ  Kill  ได้อย่างง่ายดายแต่ต้องระหวังตำแหน่งของศัตรูด้วยอาจจะเป็นกับดักก็ได้

Solo Kill

Anti-Mageถึงช่วงท้ายเกมจะดูเก่งแต่ก็ใช้ว่าจะไม่มีฮ๊โร่ที่แพ้ทางเลย  แคร์รี่ที่แนะนำในการจัดการ  Anti-Mageนั้นก็ขอยกตัวอย่าง  Phantom Assasin  ที่มีการโจมตีที่รุนแรงมากและมีความสามารถในการหลบหลีกสูงอีก  ส่วนในช่วงต้นเกม  Anti-Mageนั้นอ่อนแอมากหากเราสามารถหยุดการฟาร์มของ  Anti-Mageได้บ่อยก็จะทำให้ช่วงเวลาในการฟาร์มซ่อมแซมนั้นมากขึ้นในระหว่างนั้นก็ควรกอบโกยเก็บความได้เปรียบอย่าได้ให้  Anti-Mageฟื้นตัว  โอกาสชนะ  Anti-Mageก็จะสูงขึ้นแต่ก็ควรรีบจบเกมอย่ายื้อเกมจนนานเกินไป

บทความนี้เขียนขึ้นในแพท  7.31b

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on email
Email
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on reddit
Reddit
Share on skype
Skype